ลุงเผละ นำเที่ยว

10/5/50

 

        สวัสดีครับ หลังจากที่อู้มานาน ผมก็เจอรายละเอียดการเที่ยวของผมแล้ว เหอๆๆ จำไม่ได้ว่าไปไหนมาบ้าง จำได้แต่กินอะไรบ้าง เอิ้กกกกกกกกกกกกกกก เอา เริ่มเรื่องเลยล่ะกัน

วันที่ 12 เมษายน 2550

ชาวคณะ ก็ได้เริ่มออกเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา ตี 5 ถึง สนามบิน แล้วก็ ผ่านต.ม. เข้าไปเดินเล่น ดูของใน duty free ต้องรีบดู ไม่รู้ว่าจะโดนปิดเมื่อไร แต่ว่าไป มันเดินในห้างดีๆนี้เอง น่าจะมีแบบเมืองนอกเยอะๆหน่อย มีบาร์ มี coffee shop พอสมควร นั่งพักได้สบายใจ

เวลาประมาณ 8 โมง ก็เริ่มออกเดินทางจาก กรุงเทพ ไปสนามบินนาริตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เครื่องบินแตะพื้นประเทศญี่ปุ่น ประมาณ บ่าย 4 ครึ่ง หลังจากนั้นก็เอาตั๋ว JR rail pass ไปขึ้นตั๋ว ใครที่จะไปเที่ยวญี่ปุ่น แล้วเดินทางระหว่างเมืองเยอะๆ นัง ชินคันเซน บ่อย สมควรที่จะซื้อไว้อย่างมาก เพราะว่า มีบัตรนี้แล้ว สามรถขึ้น รถไฟฟรี รวมทั้ง ชินคันเซย (ยกเว้น ขบวนด่วนพิเศษ หรือรถไฟหัวเป็ด นั้นเอง) หลังจากแลกตั๋วแล้ว เราก็ไปขึ้นรถไฟเข้าเมือง เดินทางในญี่ปุ่นนับว่าสะดวกมาก เพราะ รถไฟไปถึงทุกที่  ประมาณ 1 ทุ่ม หลังจากงง เดินหลงอยู่นาน ก็เจอโรงแรมจนได้ เมื่อฝากกระเป๋าต่างๆเสร็จ ก็ไปกินข้าว โดยมื้อแรกของเราเป็นเนื้อย่างครับ

 

บรรยากาศย่านชินจูกุ

 

แล้วก็มี เจอ ไคตี๋ ขวัญใจสาวๆหลายคน

 

หลับซะแล้ว

 

ดูแผนที่รถไฟใต้ดิน รถด่วน รถ ฯลฯ ของโตเกียว เมื่อไรเมืองไทยจะเป็นแบบนี้บ้าง

 

ภายในสถานีรถไฟ ร้านค้ามากมาย

 

เนื้อย่างลายสวยงาม

หลังจากนั้นก็กลับโรงแรม พักผ่อน

วันที่ 13 เมษายน 2550

ตามแผนการเดิม ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อไปดูเค้าประมุลปลาที่ตลาด ซึคิจิ แล้วก็ต่อด้วยซูชิเป็นอาหารเช้าเลย แต่เนื่องด้วยความขี้เกียจ เลยยกเลิกไป กลายเป็นออกเดินทางตอนแปดโมง นั้นรถไฟใต้ดิน จากนั้นก็ตามกลิ่นปลาไป พอถึงก็เดินดูร้านขายซูชิกันเลย

 

น่ากินทั้งนั้น

(หารูปตลาดไม่เจอ เดี๋ยวมาอัพใหม่อีกรอบ) จากนั้นเราก็เดินทางไป วัดอาซากุซะ ซึ่งมาโตเกียวแล้วต้องมาขาดไม่ได้ ที่นี้มีขายของที่ระลึกมากมาย

 

ส่วนหนึ่งของอาซากุซะ

 

ที่จริงข้างหลังจะมีรูปปั้นอยู่ แต่ปิดซ่อมแซมเลยเอารูปมาลงแทน ฮาไฮ

 

ฮาโตะซังของจริง ต้องมีดุ๊กดิ๊ก

 

เจดีย์ซักอย่าง หาซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษไม่ได้

 

ส่วนนี้เป็นโรงเรียนอนุบาล ชุดเด็กอนุบาลญี่ปุ่นน่ารักมากๆ

 

ร้านขายเนื้อปลาวาฬ แถวอาซากุซะ

หลังจากที่เดินจนสำราญใจแล้ว ก็ไปกินข้าวเที่ยงแบบพอกินได้ หลังจากนั้น ก็เดินทางไปแถวสวน อูเอโน๊ะ เสี่ยงดวงเอาว่ายังเหลือซากุระเหลือไหม สรุปว่า ไม่เหลือ ก็เลยไมได้ถ่ายรูปอะไรมา จากนั้นก็ไป ทาเคย่า หรือตึกม่วง เพื่อช็อปปิ้งครับ ช่วงนี้ไม่มีอะไรมากมาย ก็แค่ ช็อปแล้วก็ช็อป

 

ตลาดสดระหว่างทางไป ทาเคย่า

หลังจากช๊อปจนสบายขาแล้ว ก็กลับโรงแรม พักผ่อน แล้วก็ออกไปกินข้าวเย็น โดยเพื่อนเก่าของพ่อผมเอง จากนั้นก็ กลับโรงแรม เก็บของ แยกกระเป๋า เพื่อเดินทางไป ทัวร์เรียวกัง หรือ แช่น้ำร้อนนั้นเอง

วันที่ 14 เมษายน 2550

วันนี้ เราประเดิมด้วยโอโทโร่ ที่ซื้อมาจากตลาดสด เรียกได้ว่า ซูชิเป็นมื้อเช้ามา 2 วันติดแล้ว จากนั้น ก็เริ่มออกเดินทางไป ฮาโกเน่ เพื่อแช่น้ำร้อนกัน

การเดินทางระหว่างเมือง เราเลือก ชินคันเซน (แน่นอน เพราะจ่ายเหมาไปแล้ว) เดินทาง จากโตเกียว ไปแวะที่ โยโกฮาม่า ก่อน เพื่อกินข้าวเที่ยง นั่งรถไฟไป ประมา เกือบชั่วโมง ก็ถึง จากนั้นก็ไปกินราเมนที่ พิพิธภัณฑ์ราเมน อันรู้จักกันดีจากรายการทีวีแชมเปี้ยน แล้วก็เป็นตามคาด คนไทยเยอะมากๆ

รถไฟด่วนพิเศษ หรือ โนโซมิ

พูดถึงรถชินคันเซน จะมี 3 แบบ คือ ธรรมดา หรือ โคดาม่า,  ด่วน หรือ ฮิคาริ และ ด่วนพิเศษ หรือ โนโซมิ ธรรมดาก็จะแวะทุกป้ายรถไฟชินคันเซน ฮิคาริ ก็จะแวะตามป้ายสำคัญ ส่วน โนโซมิ ก็คือ แวะ บางป้ายเท่านั้น ตั๋ว JR rail pass จะนั่งได้แค่ ฮิคาริเท่านั้น จะนั้ง โนโซมิ ต้องเสียเงินเพิ่ม

 

ในรถไฟมีห้องน้ำแบบญี่ปุ่น ดูอาจจะดี แต่มันคือ ส้วมนั่งยองๆนั้นเอง แล้วก็ ส้วนรถไฟญี่ปุ่น คนละมาตราฐานกับรถยุโรป เพราะถ่ายแล้ว มองไม่เห็นหมอนรองรางรถไฟ

 

 

พิพิธภัณฑ์ราเมน

 

บรรยากาศแบบเก่าๆ

 

และราเมนรสเด็ด

เมื่อกินเสร็จ ก็เดินทางต่อไปเมืองฮาโกเน่ โดนใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เมืองฮาโกเน่ เป็นเมืองตากอากาศชื่อดัง โดยจะมีน้ำแร่ธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมาก และที่ทำให้เมืองนี้ดังก็คือ ทะเลสาป และไข่ดำ โดยจะมีการเอาไข่ไปต้มในบ่อน้ำแร่ธรรมชาติ ทำให้ไข่ออกมาเป็นสีดำ รสชาติแปลกไปจากปกติ นอกจากนั้นก็จะมีทะเลสาป ให้ล่องเรือชมวิวอีกด้วย

 

สภาพถนน ระหว่างรอรถจากโรงแรมมารับ

 

ห้องพักขนาด กี่เสื่อผมไม่ทราบเหมือนกัน แต่มาทัวร์เรียวกัง ต้องนอนแบบนี้ และเราก็มาพักที่ โรงแรม ยูโนฮาน่า ออนเซน

 

ห้องน้ำภายในห้องนอน

โรงแรมที่ให้บริการอาบน้ำร้อน ถ้ามีห้องน้ำในห้อง จะเล็กมากๆ เพราะส่วนมากจะไปแช่น้ำร้อนกัน

 

โรงแรมนี้มีสนามกอล์ฟด้วย

 

ระหว่างรอถามข้อมุลจากทางโรงแรม ก็ดูรูปของกินไป

 

ดูไปหิวไป

 

ที่นี้ ค่าแรงสูง ดังนั้น จึงไม่ค่อยจะมีบริการแคทดี้ให้ แล้วเพื่อเป็นการรักษาระเบียบ ไม่ให้เอารถไปขับเล่นกัน รถกอล์ฟที่นี้ วิ่งเองได้ครับ

หลังจากเดินดูวิว เดินเล่นแล้ว เราก็กลับไปแช่น้ำแร่ แต่เนื่องจากคนเยอะ เลยไม่สามารถถ่ายรุปมาให้ดูได้ เมื่อแน้แร่เสร็จ ก็กินข้าว แบบญี่ปุ่นแท้ๆเลย

 

รูปอาหารบางส่วนซึ่งมิอาจจะเอาลงให้ดูหมดมาก อยากดูกลับไปดูของเก่าได้

หลังจากนั้นก็พักผ่อนพักขา

วันที่ 15 เมษายน 2550

ตื่นมา แล้วก็ลงไปแช่น้ำแร่ตอนเช้าเพื่อความสดชื่น จากนั้นก็กินข้าวเช้า ซ์อไม่ต่างจากมื้อเย็นมากนั้น เยอะมาจนเลือกไม่ถูก จากนั้นก็เช็คเอ้าท์ แล้วก็จ้างรถนำเที่ยวเมือง ฮาโกเน่ ซึ้งก็มี ไปดูบ่อน้ำแร่ธรรมชาติ แล้วก็ล่องเรือ จบด้วยการกินข้าวเย็นที่โรงแรม ฟูจิย่า โรงแรมชื่อดังในย่านนี้

 

จากมุมสูง สามารถเห็นถูเขาไฟฟูจิได้

 

เมื่อเห้นแล้ว ก็ต้องเต้นเพื่อแสดงความดีใจ

 

บ่อน้ำแร่ที่ร้อนมากกกกกกกก

 

ไข่ดำ 5 ลูก 500 เยน

 

น้ำแร่ที่ออกมาจะมีลักษณะนี้ ขุ่น และมีกลิ่นกำมะถัน

 

ถนนทางขึ้นวัดสมัยเก่า

หลังจากกินข้าวเสร็จ ก็เดินทางต่อไปเมืองเกียวโต เพื่อต่อรถไฟไปยังเมือง คาเมะโอกะ เพื่อไปพักอีกโรงแรมหนึ่ง

 

ข้างๆสถานีที่ คาเมะโอกะ มีสวนดอกไม้ เปิดให้เข้าไปชมได้

เมื่อถึงสถานีแล้ว ก็รอรถมารับ และก็ทำให้รู้ว่า ในญี่ปุ่นก็มีพวกกวนเมือง ขี่มอเตอไซด์ บิดเสียงดัง ดังขนาดไหน เรียกได้ว่า ถ้าอยู่เมืองไทย ท่าทางขับไม่พ้นหัวโค้งต้องโดนถีบล้มแน่ๆ หลังจากนั้นก็เดินทางไปยังโรงแรม ซูมิย่า ยูโฮอูอัน ออนเซน เพื่อเช็คอิน แล้วก็พักผ่อน กินข้าวเย็น

 

สภาพห้องได้บรรยากาศเก่าๆมาก

หลังจากเช็คอินก็กินข้าวเย็นก่อน ซึ้งก็เป็นอาหารแบบญี่ปุ่นแท้ๆ มื้อนี้ เรียกว่า อร่อยใช้ได้ อาหารเกรดดีเลย

 

ส่วนหนึ่งของรายการอาหาร โอโทโร่อีกแล้ว

 

ปลาปักเป้าย่าง อร่อย เหมือนไก่

หลังจากกินเสร็จ ก็ไปฟังดนตรี ดดนสาวนักสีไวโอลิน ฟังเพลินๆ เคลิ้ม ผ่อนคลายเป้นอย่างมาก หลังจากนั้นก็ ไปอาบน้ำแร่ คราวนี้เอากล้องไปด้วย เพราะว่า อาบดึกแล้ว ไม่มีคนแน่ๆ

 

แล้วก็ได้ภาพมาแบบนี้ สบาย สุดๆ

วันที่ 16 เมษายน 2550

ตื่นมาเช้านี้ รีบออกไปแช่น้ำร้อนก่อนเลย ฝนตกนิดๆ บรรยากาศดี แช่น้ำร้อนไป ดูซากุระไป สวรรค์น้อยๆในบ่อน้ำร้อน

 

สุขใจยามเมื่อแช่และมอง

จากนั้นก็ไปกินข้าวเช้าแบบญี่ปุ่นอีกเหมือนเดิม อาหารเยอะเหมือนเดิม จากนั้นก็เช็คเอ้าท์ เพื่อจะเดินทางกลับไปเกียวโต เพื่อเที่ยวในเมืองกัน แต่เนื่องจากฝนตก ก็เลย เปลี่ยนแผน นั่งรถไฟไปโอซาก้า ช๊อปปิ้งซะก่อน แล้วค่อยมาเที่ยวเกียวโตในวันถัดไป ไหนๆ เหมาค่ารถไฟไปแล้วนิ

 

อาหารเช้า

 

ทางเข้าโรงแรม

 

และขาดไม่ได้ พนักงานสาวญี่ปุ่นน่ารักๆ

ประมาณ 10 โมง เราก็เดินทางมาถึง โอซาก้า (นั่งชินคันเซนจากเกียวโตมาโอซาก้า ประมาณ 20 นาทีเท่านั้น) เราก็เดินทางเข้าโรงแรม ฝากกระเป๋า พร้อมเช้คสัมภาระที่ให้ดรงแรมที่โตเกียวส่งมาที่โอซาก้า ปรากฏว่า อยู่ครบทุกใบ จากนั้นก็ออกไปเดินช๊อปปิ้งค่าเวลากัน ที่โอซาก้า ผมพักที่ นิกโก ที่ ชินไซบาชิ เรียกว่าสะดวกสบายมากๆ

 

ร้านค้าในย่าน ชินไซบาชิ เดินสบาย ไม่ต้องตากฝน

 

ว่าจะหาตู้มือสองส่งกลับมาที่บ้านเล่นซักหน่อย

 

เส้นทางรถไฟใต้ดินที่โอซาก้า

หลังจากเดินซื้อของจนขาลากแล้ว ก็กลับไปโรงแรม เช็คอิน แล้วก็ ออกไปกินข้าวเย็น ที่ Korean restuarant เนื้อย่างสไตล์เกาหลีครับ

 

ถ้าดูหนังที่เดินเรื่องในโอซาก้า จะคุ้นมากๆ นั้นละครับ ชินไซบาชิ

 

ปูยักษ์ ที่คุ้นตา

 

เนื้อซี่โครงลายสวยมาก

จากนั้นก็กลับโรงแรมพักผ่อน

วันที่ 17 เมษายน 2550

วันนี้เราเริ่มต้นวันด้วยไปกินข้าวที่ร้านประจำที่สถานีชินไซบาชิ ราคาถูก เหมาะสำหรับมาแบบประหยัด (หรือว่าช็อปจนเงินจะหมดแล้ว) หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ ก็ไปเกียวโต นั่งรถไฟไป ประมาณ 20 นาที ก็ถึง จากนั้นก็ไปซื้อตั๋วรถเมล์แบบวัน ราคา 500 เยน นั่งได้ไม่จำกัดครั้ง

 

แพนเค้ก ราคา ประมาณ 300 เยน

 

ตั๋ววัน

หลังจากนั้น เราก็เดินทางไปยังที่แรกเลย นั้นก็คือ วัดคินคาคุ หรือวัดทอง หรือ คินคาคุจิ นั้นเอง เห็นต้องคุ้นมาก จากเรื่องอิคคิวซัง เป็นที่ๆ โชกุนอยู่นั้นเอง

 

หารู้ไม่ ว่านี้เป็นหลังใหม่ สร้างมาใหม่แล้ว

 

มุมบังคับที่ต้องถ่าย

 

นั่งชิบชา ชมวิว ซึ่งหาได้ทุกทีในโตเกียว

หลังจากนั้นก็ไปกินข้าวเที่ยงกัน หลังจากนั้นก็ไปที่วัดงีนคาคุ หรือวัดเงิน

 

ระหว่างทางเดินไป มีเห็นซากุระที่เกือบร่วงหมดแล้วตลอดทาง

 

ซอกซอยแบบญ๊ปุ่น ซึ้ง ไม่รู้ทำไม ดูแล้วก็รู้เลยว่า มันต้องเป็นญี่ปุ่นแน่ๆ

 

วัดงินคาคุ

 

มีก่อกองทรายไว้ด้วย

 

ดูสงบมาก ที่นี้ชื่อวัดเงิน แต่ไม่ได้เป็นสีเงิน อันนี้ก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไร

 

และที่เห็นอีกก็คือ มุมจิบน้ำชา น่านั่งมาก

 

ร้านอาหารก็ยังมีโต๊ะหน้าร้าน ให้กินไป ชมวิวไปด้วย

หลังจากนั้น ก็ไปยังที่สุดท้าย ซึ้งอยู่ในการพิจารณาว่าจะได้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกแห่งใหม่หรือเปล่า นั้นก็คือวัดคิโยมิซัง วันนี้เก่าแก่มากๆ แล้วก็มีน้ำพุเอาไว้ให้กิน กินแล้ว โชคดี สุขภาพดี ความรักดี ประมาณนั้น ที่สำคัญ ตลอดทางเดินขึ้นมา รานขายของเพียบ

 

หน้าวัด

 

น้ำพุ 3 สาย เลือกเอาได้ว่าอยากมี สุขภาพ โชค หรือรัก

 

ชูครีม

 

หุหุ

 

ไอติม 4 รส

หลังจากเดินเที่ยวเสร้จ ก็กลับโอซาก้า แล้วก็ไปกินชาบุ ตามด้วย เดินเล่นกินขนมในชิยไซบาชิ อีกซักพัก

 

ใครจะไป เครปร้านนี้อร่อย

 

หุหุ

จากนั้นก็กลับโรงแรมพักผ่อน แล้วก็เก็บของ

วันที่ 18 เมษายน 2550

ตอนเช้าเช็คเอ้าท์ แล้วก็รอรถ เพื่อออกเดินทางไปสนามบินคันไซ เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพ เป็นอันจบ

เหอออออออออ กว่าจะจบ นั่งระลึกชาตินานมาก เอาเป็นว่า จบแค่นี้ นอกนั้น เดี๋ยวรอทริปต่อไป เอิ้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก สวัสดีครับ

ข้าน้อยขอคารวะแบบสัปหงก

hAtOsUng พาเพลินของแท้ แน่นอน
10 พ.ค. 2550 เวลา 09:21 น.

อะซิงง
000292
10 พ.ค. 2550 เวลา 09:18 น.
ไม่เห็นมีรูปสาวยุ่นนุ่งกระโปรงปิดตูดกะถุงเท้ายาวๆเลยอ่ะ .. อะผิดหวังง >0<

พี่หน้าแก่ว่ะ ฮ่าๆๆ
000292
10 พ.ค. 2550 เวลา 09:21 น.
น่ารักดี
002261
10 พ.ค. 2550 เวลา 09:24 น.
ไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว จนนี่ ครบเดือนนึงแล้วมั้ง -_-"


นี่รูปที่สามที่ถ่ายกับไคตี๋อ่ะ แหม.... แอบแอ๊บเด็กด้วยน่ะ น่ารักเชียวท่าโพสถ่ายรูปอ่ะ hahaha


ปล. รูปน่าดูว่ะ ชอบๆๆ
Squre-icon
10 พ.ค. 2550 เวลา 09:46 น.
โหลดไม่หมดแฮะ
000315
10 พ.ค. 2550 เวลา 10:11 น.
รูปผู้หญิงหน้ามิตซูเหือนผีเลยง่ะ
000414
:p
10 พ.ค. 2550 เวลา 11:04 น.
กร๊ากกกกกกกกกก แต่ละรูป

ขำจนฟันปลอมจะหลุด
004551
10 พ.ค. 2550 เวลา 11:16 น.
อ๊ากกก แต่ล่ะ Action สุดๆไปเลยค้าบบบ อยากไปมั่งอ่ะ พี่โบ T_T
001786
10 พ.ค. 2550 เวลา 12:00 น.
รูปเยอะมั๊กๆค่ะเฮีย ดูแล้วคุ้มจิงๆขยันมากๆอ่ะในการพยายามครั้งนี้ขอคาราวะแต่ละรูปนี่ดูแล้วขำลีลาของเฮียจิงๆ
002634
10 พ.ค. 2550 เวลา 15:12 น.
สรุปเป็นทัวร์กินของอร่อยนั่นเอง ^^ น่ากินไปซะทุกอย่างเลยค่ะ

002737
10 พ.ค. 2550 เวลา 16:02 น.
เครปปปป เครปปปปปป
จะไปเที่ยวแบบนี้ ขอเสียมารยาทนิดนึงนะคับ ค่าใช้จ่ายสูงมากไหมคับ (T__T) อยากไปแช่น้ามร้อนมั่งอ่ะคับ แหะๆ

ปล - ในรถไฟเหมือนป่าป๊ากะลูกลิงอีกแย้ว (>3<) ที่ไคตี๋หลับอ่ะคับ ให้ความรู้สึกนั้นมาก ๆ เลย ^^
000408
10 พ.ค. 2550 เวลา 18:57 น.
ซวยทุกทีที่มาไดนี้
มาดึก แล้วก็หิว แล้วก็ออกไปไหนไม่ได้
ไม่เป็นไร
ดูพี่หนูก็อิ่มแล้วค่ะ

แต่ว่าไอ้ตอนเต้นนี่ รับไม่ได้จริงๆ
003125
10 พ.ค. 2550 เวลา 23:32 น.
ดูเสร็จแล้ว ตาเป็นประกาย วิบวับ
เก็บเงินๆๆๆ

ปล.รูปยืนชมดอกซากุระ เหมือนอะไรนะ ดอกฟ้ากะ...

อุ๊ปส์..ล้อเล่นน้า
* Bee *
11 พ.ค. 2550 เวลา 17:25 น.
แต่ละท่า... ขำหงายเลยค่ะ


คิดนานมั๊ยเนี่ย?
004551
12 พ.ค. 2550 เวลา 13:13 น.
แหล่มเลอเฮีย
000130
12 พ.ค. 2550 เวลา 13:24 น.
* Amazing รถวิ่งได้เอง
* ถ้าคิดจะสมัครแข่งเต้นแร้งเต้นกา บอกนะ จะเป็นแม่ยกส่งโบเข้าประกวด
12 พ.ค. 2550 เวลา 13:32 น.
ดูรูปแล้วอยากกิน....ดูรูปแล้วอยากปายยยจัง^^
003677
12 พ.ค. 2550 เวลา 18:18 น.
โอ้ววว
ปลายปีกำลังจะไปดูใบไม้แดงที่ญี่ปุ่นเลยค่ะ
มีหลายที่เลยที่ตั้งใจว่าจะไป
คริๆๆ ดีเลย จะได้ศึกษาไว้ก่อน

เบ็ดเสร็จทั้งหมดเท่าไหร่อ่ะคะ?
แล้วนั่งสายการบินอะไรเอ่ย?
ขาไปกับขากลับ ขึ้นเครื่องที่สนามบินคนละเมืองก็ได้หรอคะ??
000612
13 พ.ค. 2550 เวลา 01:08 น.
หิวเลย


ของฝากอยุ่ไหนคะ

อิอิ
002150
13 พ.ค. 2550 เวลา 10:04 น.
โหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหห


เห็นแล้วก็อยากไปบ้าง
000101
13 พ.ค. 2550 เวลา 22:48 น.
น่าไปอ่ะทริปนี้ หมดไปกี่ตังค์เนี่ยวันหลังต้องไปขอคำแนะนำมั่งละ


วันที่ไปจอดรถที่สยามยังเจอคุณโบเดินผ่านรถไปอยู่เลยแต่เรียกไม่ทันอ่ะ
000019
14 พ.ค. 2550 เวลา 18:43 น.
โหลดไป 8 วัน ยังดูไม่ได้เลย -*-
000261
14 พ.ค. 2550 เวลา 19:49 น.
ตานู๊ดชมซากุระท่าทางชิวมากๆ เลย
15 พ.ค. 2550 เวลา 09:51 น.
we are in diaryis.com family | developed by 7republic